skyberry

ใช้งานอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศต้อง Skyberry

02-105-4568
contact application form

SWITZERLAND

Geneva-Titlis-Lucerne

สวัสดีค่ะ สำหรับบล๊อคนี้นะคะ เราจะพาไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์กันบ้างค่ะ 

เมืองแรกคือ Geneva

เจนีวา (Geneva) มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่กว่าไซส์ของเมืองมากโข ได้รับสมญานาม “เมืองหลวงของโลก” เพราะที่นี่มีองค์กรระดับโลกถึง 200 องค์กรเลยทีเดียว อย่างที่คนไทยเราคุ้นเคยกันที่ก็อย่างเช่น องค์การการค้าโลก WTO หรือองค์การสหประชาชาติ UN ก็ตั้งอยู่ที่เจนีวานี้ค่ะ

 

องค์การการค้าโลก WTO

 

 

นอกจากจะมีองค์กรระดับโลกมากมายตั้งอยู่ที่นี้แล้ว แน่นอนนึกถึงสวิสเซอร์แลนด์แล้ว ก็ให้นึกถึงนาฬิการสวิส ซึ่งที่เจนีวานี้ก็มีแบรนด์นาฬิการระดับโลกมากมายที่มีถือกำเนิดที่นี่ค่ะ เช่น Rolex หรือ Patek Philippe , Rado และอีกมากมาย เรียกได้ว่าสายนาฬิกาได้มาเยือนที่นี่แล้วรับรองว่ากระเป๋าฉีกแน่นอน 

 

 

 

 

แลนด์มาร์คสำคัญเมื่อมาถึงเจนีวาแล้วต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็คือ น้ำพุทะเลสาบ Jet d’Eau, นาฬิกาดอกไม้ L’horloge fleurie,  Monument National อนุเสาวรีย์แห่งการรวมชาติระหว่างเจนีวา 

 

 

น้ำพุ Jet d’Eau นั้นตั้งอยู่ใจกลางของทะเลสาบเจนีวา ซึ่งเเน่นอนเลยว่ามันสามารถมองเห็นได้จากทุกมุมในเมืองเเละกลายมาเป็นเเลนด์มาร์คที่สำคัญอีกเเห่งของกรุงเจนีวา ที่ไม่ว่าใครจะมาเที่ยวเจนีวาหรือเที่ยวสวิต ต้องไม่พลาดมาชมความยิ่งใหญ่อลังการของน้ำพุที่นี่ ด้วยความงดงามเเละเเปลกตาก็ทำให้มันกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวเลยทีเดียว

 

น้ำพุทะเลสาบ Jet d’Eau

 

 

 

นาฬิกาดอกไม้ L’horloge fleurie

 

 

Monument National อนุเสาวรีย์แห่งการรวมชาติระหว่างเจนีวา

 

 

ถัดจากเจนีวา เราเดินทางไป Engelberg จุดหมายของเราอยู่ที่ยอดเขา Titlis ค่ะ

ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เป็นยอดเขาที่มีความสูงถึง 10,000 ฟิด หรือประมาณ 3,238 เมตร มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี เป็นสถานที่ที่คนนิยมมาเล่นสกีเป็นอย่างมาก แต่สำหรับคนที่ไม่เล่นสกี ก็จะมานั่งกระเช้าเพื่อขึ้นไปบนยอดเขาทิตลิส ซึ่งเป็นกระเช้าหมุนรอบตัวเองเรียกว่า Titlis Rotair สามารถเห็นวิวได้ 360 องศา สวยงามมากค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ขึ้นไปด้านบนนอกจากจะมีร้านอาหาร มีร้านขายของที่ระลึกแล้วนั้น ยังมีร้านถ่ายรูปให้เราได้แต่งตัวเป็นชนพื้นเมืองแล้วก็ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

 

 

พก WiFi Skyberry ขึ้นมาด้วย สัญญาณดีใช้งานได้ปกติ เครื่องไม่ดับ

 

 

หลังจากเราลงจากยอดเขา Titlis แล้ว เราเดินทางต่อไปยังเมือง Lucerne เพื่อค้างคืนที่นั่น เพราะในวันถัดไปเราจะข้ามประเทศกัน!

เรามาถึงลูเซิร์นกันบ่ายแก่ ๆ หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วเราก็ไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง แล้วก็ซื้อของฝากกันค่ะ แต่มาถึงลูเซิร์นแล้ว แลนด์มาร์คสำคัญที่ไม่พลาดไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ได้แก่ สะพานไม้ชาเปล Chape Bridge และ อนุสาวรีย์สิงโตร้องไห้ ค่ะ

 

สะพานไม้ชาเปลเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก ตัวสะพานได้ทอดข้ามแม่น้ำรอยส์มาสู่ฝั่งเมืองเก่าลูเซิร์น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 มีความยาว 204 เมตร  มีอายุยาวนานกว่า 500 ปี มีหลังคานั้นมุงแบบโบราณ เชื่อมต่อไปยังป้อมแปดเหลี่ยมกลางน้ำคือ หอคอยกลางน้ำค่ะ แต่ก่อนเคยใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและเก็บเอกสารรวมทั้งของมีค่าของเมืองไว้ ซึ่งมีฐานเชื่อมติดอยู่กับสะพานไม้ตลอดแนวสะพานนั้นประดับด้วยภาพเขียนที่บอกเล่าเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไว้ เมื่อเดินอยู่บนสะพานจะสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ ขลังและสวยงามค่ะ (แต่คนเยอะม๊าก)

 

สะพานไม้ชาเปล Chape Bridge

 

อนุสาวรีย์สิงโต Lion Monument เป็นรูปสิงโตหินแกะสลักค่า ตั้งอยู่ใจกลางเมืองไม่ไกลจากสะพานไม้ชาเปลมากนัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสผู้กล้าหาญและซื่อสัตย์ที่เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง ในคราวปฏิวัติใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวลูเซิร์นค่ะ รูปปั้นถูกออกแบบและแกะสลักโดย ธอร์ วอลเส้น ใช้เวลาแกะสลักอยู่ราว 2 ปี โดยจงใจใช้สิงโตเพื่อสื่อความหมายแทนทหารกล้าที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะว่าสิงโตเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองของชาวลูเซิร์นนั่นเอง สิงโตแสนเศร้าตัวนี้กำลังนอนหมอบ บนหัวมีโล่ที่มีสัญลักษณ์ของสวิสเซอร์แลนด์เป็นรูปกากบาท และมีหอกปักอยู่กลางหลัง สีหน้านั้นแสดงถึงความเจ็บปวดและเศร้าสร้อย  คนไทยเรามักเรียกว่าอนุสาวรีย์สิงห์โตร้องไห้ ถึงแม้เรื่องราวจะฟังดูเศร้านะคะแต่ก็ถือว่าเป็นความงดงามในด้านประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ

 

อนุสาวรีย์สิงโต Lion Monument

 

 

 

คืนนี้เราพักกันในตัวเมืองลูเซิร์นค่ะ เพื่อพรุ่งนี้เราจะข้ามไปเยอรมันแต่เช้า ส่วนเราจะไปเมืองอะไร พาไปเที่ยวที่ไหนบ้างอย่าลืมติดตามบล๊อคหน้านะคะ

สำหรับทริปนี้เราใช้อินเตอร์เน็ต Skyberry ค่ะ ใช้งานได้หลายประเทศมากในเครื่องเดียว ทั้งเอเชียและยุโรป 

 

 

Mobile WiFi Skyberry ใช้งานอินเตอร์เน็ตในประเทศนอร์เวย์ และประเทศอื่น ๆ ในโซนยุโรป

– ใช้อินเตอร์เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 300MB ราคา 199 บาทต่อวัน

– ใช้อินเตอร์เน็ตไม่อั้น ความเร็วสูงสุด 1GB ราคา 399 บาทต่อวัน

โทรสอบถาม ได้ที่  ☎️ 02-1054568 
หรือคลิ๊ก 💻 www.skyberry.biz