Price List FAQ Book Now
Page Top

skyberry

ใช้งานอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศต้อง Skyberry

02-105-4568
contact application form

UNITED STATES

หลงเสน่ห์ Hoh Rain Forest อาณาจักรสีเขียวเหนือกาลเวลาที่ธรรมชาติยังลมหายใจ

          ก้าวเข้าสู่โลกที่ความเงียบมีเสียง และสีเขียวมีนับร้อยเฉด… Hoh Rain Forest ไม่ใช่แค่ป่าลึกในรัฐวอชิงตัน
แต่คือพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่พาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์ ท่ามกลางม่านตะไคร่น้ำและไอหมอกที่ปกคลุมหนาตา



ประตูสู่โลกดึกดำบรรพ์

ในมุมหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโอลิมปิก (Olympic National Park) รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มีผืนป่าที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย หรือยุคจูราสสิก นั่นคือ Hoh Rain Forest หนึ่งในป่าฝนเขตอบอุ่น (Temperate Rainforest) ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก ด้วยปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสะสมกว่า 3,600 มิลลิเมตรต่อปี ทำให้ที่นี่กลายเป็นระบบนิเวศที่อัดแน่นไปด้วยความชุ่มชื้นตลอดกาล

 

Hall of Mosses

จุดเด่นที่เปรียบเสมือนหัวใจของป่าแห่งนี้คือเส้นทาง Hall of Mosses ก้าวแรกที่เดินเข้าไป คุณจะพบกับต้นเมเปิลยักษ์ (Bigleaf Maples) ที่กิ่งก้านไม่ได้ว่างเปล่า แต่กลับถูกห่อหุ้มด้วย Clubmoss หรือตะไคร่น้ำหนานุ่มจนดูเหมือนม่านสีเขียวระย้า แสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งก้านเหล่านี้จะถูกกรองจนกลายเป็นแสงสีเขียวอ่อนละมุน สร้างบรรยากาศที่ทั้งขรึมขลังและลึกลับในเวลาเดียวกัน

 

 

 

 

ความเงียบที่ทรงพลัง (One Square Inch of Silence)

Hoh Rain Forest ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ตั้งของจุดที่ เงียบที่สุดในสหรัฐฯ นักอนุรักษ์เสียงได้กำหนดจุดนี้เพื่อปกป้องความเงียบสงัดจากการรบกวนของมนุษย์ เมื่อคุณหยุดยืนนิ่งๆ สิ่งที่จะได้ยินไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่คือเสียงลมหายใจของป่า เสียงหยดน้ำที่ร่วงจากยอดไม้สู่พื้นเฟิร์น และเสียงสวบสาบของสัตว์ป่าที่แผ่วเบาจนคุณต้องกลั้นหายใจฟัง

 

 

 

วงจรชีวิตบน Nurse Logs

ความสวยงามของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ที่ต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน แต่รวมไปถึง Nurse Logs หรือซากต้นไม้ที่ล้มลงและตายไปแล้ว ทว่าในความตายนั้นกลับเป็นบ่อเกิดของชีวิตใหม่ เมล็ดพันธุ์ที่ตกลงบนขอนไม้เหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาโดยอาศัยสารอาหารจากซากไม้เดิม เราจะเห็นภาพแถวของต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่เรียงกันเป็นระเบียบสวยงามเหนือขอนไม้เก่า เป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรธรรมชาติที่ไม่มีวันสิ้นสุด

 

 

พิกัดและการเดินทาง

Hoh Rain Forest ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรโอลิมปิก (Olympic Peninsula) ในรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลและเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่ง การเดินทางที่นิยมที่สุดคือการขับรถจากเมือง Seattle โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งถึง 4 ชั่วโมง

เส้นทางที่แนะนำคือการขับรถวนตามถนนสายหลัก Highway 101 ซึ่งจะพาคุณเลาะขอบอุทยานแห่งชาติโอลิมปิก ระหว่างทางคุณจะได้สัมผัสทัศนียภาพที่เปลี่ยนจากเมืองสู่ทะเลสาบ Crescent Lake ที่มีสีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ถนน Upper Hoh Road ซึ่งเป็นเส้นทางสายเล็กๆ ระยะทางประมาณ 18 ไมล์ที่จะนำคุณดิ่งลึกเข้าไปในหัวใจของป่าฝน (ควรเช็คสภาพอากาศและระดับน้ำมันให้พร้อม เพราะในป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และปั๊มน้ำมันค่ะ)

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน 

 

นอกจากเส้นทาง Hall of Mosses ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีจุดที่ไม่ควรพลาดดังนี้

Hoh River Trail หากคุณเป็นสายลุย เส้นทางนี้ยาวถึง 17.4 ไมล์ มุ่งหน้าสู่ฐานของภูเขา Olympus ระหว่างทางคุณจะได้เห็นแม่น้ำ Hoh ที่มีสีฟ้าขุ่นเหมือนน้ำนม (Glacial Flour) ซึ่งเกิดจากตะกอนหินที่ถูกธารน้ำแข็งบดละเอียดจนฟุ้งกระจายในน้ำ

Visitor Center อาคารไม้เก่าแก่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ที่นี่มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของป่าฝนเขตอบอุ่น และเป็นจุดที่คุณสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ Ranger เกี่ยวกับการพบเห็นฝูงกวางเอลก์ในวันนั้นๆ ได้

 

 

 

Hoh Rain Forest ในโลกภาพยนตร์

หลายคนอาจรู้สึกคุ้นตากับบรรยากาศป่าที่เขียวชอุ่มและลึกลับนี้ เพราะอุทยานแห่งชาติโอลิมปิกและบริเวณใกล้เคียงคือฉากหลังหลักของภาพยนตร์ชุด Twilight Saga แม้ว่าฉากส่วนใหญ่จะถ่ายทำในที่อื่นๆ แต่บรรยากาศของป่า Hoh และเมือง Forks (ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบนาที) คือแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้ภาพยนตร์มีโทนสีเย็นและดูลึกลับ

นอกจากนี้ ป่าแห่งนี้ยังเป็นสถานที่โปรดของเหล่านักสร้างสารคดีระดับโลก เช่น BBC Earth และ National Geographic ที่มักจะมาปักหลักบันทึกภาพความอัศจรรย์ของระบบนิเวศที่หาดูได้ยาก รวมถึงหนังแนวผจญภัยลึกลับหลายเรื่องมักจะหยิบยืม ภาพจำ ของม่านตะไคร่น้ำที่นี่ไปสร้างเป็นฉากป่าต้องมนตร์ในจินตนาการค่ะ

 

ข้อควรรู้ก่อนไปเยือน

เนื่องจากที่นี่คือ ป่าฝน คำแนะนำที่สำคัญที่สุดคือ Be prepared to get wet! ฝนที่นี่อาจตกได้ทุกเมื่อแม้ในฤดูร้อน การสวมเสื้อผ้าแบบเลเยอร์และเสื้อกันฝนคุณภาพดีจะช่วยให้การเดินป่าของคุณสนุกขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามหลัก Leave No Trace เพื่อรักษาความเงียบสงบและธรรมชาติที่เปราะบางนี้ให้คงอยู่ต่อไป

 

สรุป

การมาเยือน Hoh Rain Forest ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวเดินป่า แต่เป็นการรีเซ็ตโสตประสาทและจิตใจ ความยิ่งใหญ่ของต้นซิทกาสปรูซ (Sitka Spruce) ที่สูงเสียดฟ้าและความนุ่มนวลของมอสสีเขียว จะย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ และความสำคัญของการอนุรักษ์ผืนป่าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดนี้ไว้ให้คงอยู่สืบไปค่ะ

แม้ว่าเสน่ห์ของ Hoh Rain Forest คือความเงียบสงัดและจุด One Square Inch of Silence แต่ในแง่ของการเดินทาง สัญญาณโทรศัพท์ในบริเวณนี้ถือเป็นจุดบอด (Dead Zone) เกือบ 100% ทันทีที่คุณเลี้ยวเข้าถนน Upper Hoh Road สัญญาณจากค่ายมือถือท้องถิ่นมักจะหายไป หลังออกจากป่า ไม่พลาดโพสรูปลงโซเชียลอย่างไว การมีเทคโนโลยีที่พกพาสะดวกอย่าง Skyberry ช่วยให้เราเก็บบันทึกความทรงจำและเชื่อมต่อกับโลกปัจจุบันได้ โดยไม่ทำลายความสงบของธรรมชาติ