Price List FAQ Book Now
Page Top

skyberry

ใช้งานอินเตอร์เน็ตในต่างประเทศต้อง Skyberry

02-105-4568
contact application form

UNITED KINGDOM

The Natural History Museum in London มีอะไรบ้าง? คู่มือก่อนเข้าเที่ยว

 

สถานที่ที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด เมื่อเดินทางไปลอนดอนประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะคนที่ชอบไปมิวเซียม ชอบไดโนเสาร์ ของแนะนำที่  The Natural History Museum in London หรือที่รู้จักกันในชื่อ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

 

 

 

 

Natural History Museum (NHM) ในลอนดอน เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลกครับ ไม่ใช่แค่ตัวอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนที่อลังการ จนหลายคนเรียกว่า Cathedral of Nature แต่ข้างในยังมีของดีให้ดูเยอะมาก โดยแบ่งเป็นโซนสีต่าง ๆ เพื่อให้เดินง่าย

 

 

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อไปถึงแล้ว!

Hintze Hall (โถงกลาง): ทันทีที่ก้าวเข้าไป คุณจะเจอกับ “Hope” โครงกระดูกปลาวาฬสีน้ำเงิน (Blue Whale) ขนาดมหึมาความยาว 25 เมตร แขวนอยู่กลางเพดาน แทนที่ไดโนเสาร์ Dippy ตัวเดิม

 

 

 

Dinosaur Gallery: โซนยอดฮิตตลอดกาล มีโครงกระดูกไดโนเสาร์มากมาย และไฮไลต์คือ หุ่นยนต์ T-Rex ที่ขยับและคำรามได้สมจริง

 

 

 

กาแบ่งโซนตามสี

หนึ่งในเอกลักษณ์ของ Natural History Museum คือการ “แบ่งโซนตามสี” เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเดินได้ง่ายขึ้น โดยพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่แห่งนี้มีพื้นที่จัดแสดงหลายชั้นและนิทรรศการจำนวนมาก หากไม่มีการจัดระบบอาจทำให้หลงทางได้ง่าย การใช้สีเป็นตัวกำหนดแต่ละโซนจึงช่วยให้เข้าใจทิศทางได้ทันทีตั้งแต่ดูแผนที่หน้าทางเข้า

 

 

🔵 Blue Zone – โลกของไดโนเสาร์และสัตว์ขนาดใหญ่

โซนนี้เป็นไฮไลต์ยอดนิยมของพิพิธภัณฑ์ เหมาะกับคนที่อยากเห็นไดโนเสาร์แบบใกล้ชิด ภายในมีฟอสซิลจริงและแบบจำลองขนาดใหญ่หลายชนิด รวมถึง T-Rex ที่ขยับได้และมีเสียงคำรามสร้างบรรยากาศเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคดึกดำบรรพ์ นอกจากนี้ยังมีโครงกระดูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ เช่น วาฬ ช้าง และสัตว์ทะเลลึก ให้ชมแบบเต็มตา

 

🟢 Green Zone – ธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต และวิวัฒนาการ

โซนนี้จะพาไปรู้จักความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่พืช แมลง นก ไปจนถึงสัตว์หายากทั่วโลก มีตัวอย่างจริงจำนวนมาก รวมถึงนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและผลกระทบของมนุษย์ต่อโลก เหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

 

🔴 Red Zone – โลก ธรณีวิทยา และพลังธรรมชาติ

โซนนี้เน้นเรื่องโลกของเรา ทั้งภูเขาไฟ แผ่นดินไหว หิน แร่ และอุกกาบาต จุดเด่นคือเครื่องจำลองแผ่นดินไหวที่ให้ผู้เข้าชมสัมผัสประสบการณ์เหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง และนิทรรศการเกี่ยวกับการก่อกำเนิดโลกและระบบสุริยะ

 

🟠 Orange Zone – วิทยาศาสตร์เบื้องหลังธรรมชาติ

โซนนี้รวม Darwin Centre และพื้นที่สวนด้านนอก ภายในมีตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่เก็บรักษาเพื่อการวิจัยหลายล้านชิ้น รวมถึงการอธิบายงานของนักวิทยาศาสตร์จริง ๆ ว่าศึกษาธรรมชาติอย่างไร นอกจากนี้ยังมีสวนธรรมชาติให้เดินพักผ่อนด้านนอก เหมาะกับการเดินชิล ๆ หลังดูนิทรรศการ

 

 

 

 

 

 

ข้อแนะนำสำหรับการไปเที่ยว

✦ จองตั๋วล่วงหน้า: แม้จะเข้าชมฟรี แต่ปัจจุบันปี 2026  จำเป็นต้องจองตั๋วแบบระบุเวลา (Timed Entry) ผ่านเว็บไซต์หลักล่วงหน้าเท่านั้นครับ เพราะคนเยอะมาก

✦ เวลาเข้าชม: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพราะพิพิธภัณฑ์ใหญ่มาก

✦ ทางเข้าลับ: ถ้าหน้าประตูหลัก (Cromwell Road) คิวยาว ให้ลองไปเข้าทางด้านข้าง (Exhibition Road) บางครั้งคิวจะสั้นกว่า

 

 

 

อัปเดตปี 2026! มีอะไรใหม่ใน Natural History Museum ลอนดอน

 

            อัปเดตล่าสุดปี 2026 ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจเพิ่มเติม โดยเฉพาะ Pokémon Pop-up “Pokécology” ซึ่งเปิดให้ชมถึงช่วงเดือนเมษายน 2026 เป็นความร่วมมือที่นำโลกของโปเกมอนมาเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตจริงในธรรมชาติ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้แรงบันดาลใจของโปเกมอนควบคู่กับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พร้อมจุดถ่ายภาพและกิจกรรมต่าง ๆ โดยต้องจองคิวแยกสำหรับการเข้าชม

            นอกจากนี้ยังมี Urban Nature Project พื้นที่สวนธรรมชาติด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ขนาดประมาณ 5 เอเคอร์ ภายในจัดเป็นเส้นทางเดินท่ามกลางต้นไม้และระบบนิเวศเมือง พร้อมหุ่นจำลองไดโนเสาร์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนเดินอยู่ในธรรมชาติ เหมาะสำหรับการเดินพักผ่อนหลังชมภายในอาคาร

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Wildlife Photographer of the Year นิทรรศการภาพถ่ายสัตว์ป่าระดับโลกที่รวบรวมผลงานจากช่างภาพทั่วโลก ภาพแต่ละชิ้นสะท้อนความงดงามของธรรมชาติและเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายภาพอย่างน่าประทับใจ โดยนิทรรศการนี้เป็นส่วนพิเศษที่มีค่าเข้าชมเพิ่มเติมจากการเข้าพิพิธภัณฑ์ทั่วไป

 

༻✦༺ ༻✦༺ ༻✦༺ ༻✦༺ ༻✦༺ ༻✦༺ ༻✦༺ 

 

           ปิดท้ายทริปดี ๆ ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากโลกธรรมชาติ แล้วอย่าลืมให้การเดินทางของคุณสะดวกยิ่งขึ้นด้วย Skyberry Pocket WiFi ที่ช่วยให้คุณออนไลน์ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะค้นหาเส้นทาง แชร์ภาพสวย ๆ หรืออัปเดตประสบการณ์แบบเรียลไทม์ การมีอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้ จะทำให้ทุกช่วงเวลาของคุณราบรื่นและสนุกมากยิ่งขึ้น